เช็กก่อนซื้อ! ตู้อบลมร้อนมือสอง เลือกยังไงไม่ให้พลาด

เช็กก่อนซื้อ! ตู้อบลมร้อน มือสอง เลือกยังไง ไม่ให้พลาด

สารบัญ

ตู้อบลมร้อน มือสอง ตัวช่วยสำคัญในการธุรกิจอบแห้ง ที่หลายคนเลือกใช้เพราะราคาจับต้องง่ายและให้ผลลัพธ์ไม่ต่างจากรุ่นใหม่ แต่บางคนอาจสงสัยว่า ตู้อบลมร้อน มือสอง เลือกยังไง ให้เครื่องดี ไม่เสี่ยงซ่อมบ่อย? บทความนี้มีคำตอบ!

ข้อดีของตู้อบลมร้อน มือสอง

การซื้อตู้อบลมร้อน มือสอง ช่วยประหยัดต้นทุนได้มาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจอบแห้ง หรือกำลังมองหาเครื่องจักรราคาประหยัดแต่ใช้งานได้จริง แต่ก่อนจะไปดูกันว่า ตู้อบลมร้อน มือสอง เลือกยังไง มาทำความรู้จักจุดเด่น หรือข้อดีของตู้อบลมร้อน มือสอง กันก่อนดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

ประหยัดงบประมาณ

การซื้อตู้อบลมร้อนมือสอง แทนการตู้อบลมร้อนแบบใหม่ ช่วยประหยัดต้นทุนอย่างเห็นได้ชัด เพราะมีราคาถูกกว่า ทำให้สามารถนำเงินส่วนต่างที่เหลือไปใช้ลงทุนส่วนอื่นได้ เช่น วัตถุดิบ หรือการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์

ได้สินค้ายอดนิยม ยังใช้งานได้ดี

ในบางกรณีสินค้ามือสอง มาจากการปล่อยขายเพราะเลิกกิจการ ไม่ใช่เพราะสินค้าชำรุด ทำให้เจอเครื่องที่สภาพดี ใช้งานน้อย และได้รุ่นที่ทนทานในราคาที่คุ้มค่า

ได้อุปกรณ์เสริมมาพร้อมเครื่อง

ผู้ขายหลายรายมักแถมถาดอบ อะไหล่สำรอง หรืออุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ที่ยังใช้ได้ดี ช่วยลดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากต้องซื้อใหม่

คืนทุนได้ไวกว่าแบบซื้อมือหนึ่ง

เพราะราคาต่ำกว่า เมื่อเริ่มผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทผลไม้อบแห้ง อาหารแห้ง หรือสมุนไพร จะคืนทุนได้เร็วกว่า ทำให้เริ่มมีกำไรได้เร็วขึ้น

ตู้อบลมร้อน มือสอง เลือกยังไง

สำหรับการเลือกซื้อตู้อบลมร้อนมือสอง ขั้นตอนคัดเลือกถือว่าสำคัญมาก เพราะการได้เครื่องที่สภาพดี เหมาะกับการใช้งาน และคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุน จะช่วยประหยัดต้นทุนและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ได้ยาวนาน โดยสามารถพิจารณาตามวิธีต่อไปนี้

1.ตรวจเช็กสภาพเครื่องโดยละเอียด

ตู้อบลมร้อน มือสอง เลือกยังไง_ตรวจเช็กสภาพเครื่องโดยละเอียด
ตู้อบลมร้อน มือสอง เลือกยังไง_ตรวจเช็กสภาพเครื่องโดยละเอียด
  • ดูโครงสร้างภายนอก เช่น ตัวตู้อบ ฝาครอบ ถาดอบ ว่ายังแข็งแรง ไม่เสียหายแตกหัก
  • ทดลองเปิดเครื่อง เพื่อตรวจสอบว่าระบบลมร้อน พัดลม อุณหภูมิ และการไหลเวียนของลมทำงานเป็นปกติ ไม่มีเสียงดังผิดปกติ หรือกลิ่นไหม้

2.เช็คอายุการใช้งานและประวัติการใช้

สอบถามผู้ขาย หรือเซลล์เกี่ยวกับประวัติการใช้งาน เครื่องถูกใช้งานอย่างไร กี่รอบ มีการซ่อมบำรุงหรือเปลี่ยนอะไหล่บ้างไหม เครื่องที่ได้รับการดูแลอย่างดี มีโอกาสใช้งานได้นาน

3.เปรียบเทียบราคากับสภาพและฟีเจอร์ที่ได้รับ

สำหรับการเลือกซื้อ ตู้อบลมร้อน มือสอง อย่าเลือกเพียงเพราะราคาถูกเท่านั้น ให้ตรวจสอบสภาพเครื่องว่าเครื่องอยู่ในสภาพดี มีฟีเจอร์ครบถ้วน เช่น ถาดอบหลายชั้น ระบบควบคุมอุณหภูมิ หรือถาดถอดทำความสะอาดได้ เพื่อให้คุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่าย

4.เลือกรุ่นที่เหมาะกับขนาดงานและปริมาณการใช้งาน

ถ้าทำงานขนาดเล็ก-กลาง เช่น ผลไม้อบแห้ง อาหารแห้ง สมุนไพร ให้เลือกตู้อบที่ขนาดพอเหมาะ ถ้างานขนาดใหญ่ อุตสาหกรรมเล็ก-กลาง อาจต้องเลือกรุ่นที่ใหญ่ แข็งแรง และมีระบบควบคุมอุณหภูมิที่เสถียร หรืออาจเลือกตามปริมาณที่ต้องการผลิต

5.ตรวจสอบอุปกรณ์เสริม และอะไหล่ที่มาพร้อมเครื่อง

ตรวจสอบอุปกรณ์เสริม และอะไหล่ที่มาพร้อมเครื่อง
ตรวจสอบอุปกรณ์เสริม และอะไหล่ที่มาพร้อมเครื่อง

ตรวจสอบว่าผู้ขายมีอุปกรณ์เสริม เช่น สายไฟ ถาดอบ ถาดวาง หรืออะไหล่สำรองให้หรือไม่ ถ้ามีจะช่วยลดต้นทุนเพิ่มเติมหลังซื้อ

6.ลองขอดูเมื่อเครื่องทำงานจริง

ขอให้ผู้ขายเปิดเครื่องให้ดูการทำงานจริง-สังเกตเสียง พัดลม การกระจายความร้อน และการควบคุมอุณหภูมิ เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องยังใช้งานได้ตามปกติ ไม่ใช่แค่เปิดไฟเฉย ๆ

7.ตรวจสอบความปลอดภัยทางไฟฟ้า

ตรวจสอบความปลอดภัยทางไฟฟ้า
ตรวจสอบความปลอดภัยทางไฟฟ้า

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสายไฟ ระบบไฟฟ้า พัดลม และตัวควบคุมอุณหภูมิปลอดภัย ไม่มีร่องรอยไหม้ หรือชำรุด ซึ่งสำคัญมากสำหรับการใช้งานระยะยาว

ข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อ ตู้อบลมร้อน มือสอง

ก่อนเลือกซื้อตู้อบลมร้อนมือสอง ควรทำความเข้าใจข้อมูลพื้นฐานของตัวเครื่อง การใช้งาน และความเหมาะสมกับงาน เพื่อประเมินได้ว่าเครื่องที่กำลังพิจารณานั้นตอบโจทย์จริงหรือไม่ ไม่ใช่ดูแค่สภาพภายนอกดีเท่านั้น แต่ต้องตรงกับประเภทงานและการใช้งานของคุณด้วย

1.ตู้อบลมร้อนแต่ละรุ่นเหมาะกับงานไม่เหมือนกัน

ตู้อบลมร้อนมีทั้งแบบใช้ในครัวเรือน ขนาดกลาง และแบบอุตสาหกรรม ความแรงลม ปริมาณความร้อน และจำนวนถาดต่างกัน ควรรู้ก่อนว่าธุรกิจหรือการใช้งานของคุณต้องการแบบไหน จะได้ไม่ซื้อเครื่องที่เล็กไป หรือกินไฟเกินความจำเป็น

2.ยิ่งเครื่องเก่า ราคาถูก แต่อาจกินไฟมากขึ้น

หลายคนมองหาเครื่องราคาประหยัด แต่ต้องรู้ไว้ก่อนว่าเครื่องเก่าอาจใช้ระบบทำความร้อนที่กินไฟมากกว่าเครื่องรุ่นใหม่ หากใช้ต่อเนื่องในธุรกิจ อาจทำให้ต้นทุนค่าไฟสูงกว่าที่คิด

3.ระบบลมร้อนและพัดลมเป็นหัวใจสำคัญที่สุด

ก่อนซื้อควรรู้ว่า ตู้อบลมร้อนจะทำงานดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับ “การไหลเวียนลม” หากรุ่นที่คุณกำลังดูเป็นเครื่องที่ใช้พัดลมตัวเล็กหรือมีจุดอับลม จะทำให้สินค้าอบไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในเครื่องมือสองเก่า ๆ

4.อะไหล่บางรุ่นเริ่มหายาก

ก่อนซื้อควรเช็กข้อมูลรุ่นในอินเทอร์เน็ตว่า “ยังมีอะไหล่ขายไหม” เพราะตู้อบเก่ารุ่นเก่า ๆ บางยี่ห้ออาจเลิกผลิตแล้ว เวลาเสียจะซ่อมลำบาก ทำให้ต้นทุนซ่อมสูงกว่าซื้อมือหนึ่ง

5.ไม่ใช่ทุกร้านจะรับประกันเครื่องมือสอง

ร้านขายมือสองบางที่มีรับประกัน 7–30 วัน แต่บางรายไม่มีให้เลย ควรรู้ล่วงหน้าว่ามีการรับประกันหรือไม่ เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนซื้อ

6.ความน่าเชื่อถือของผู้ขาย

  • เลือกบริษัทผู้ค้าเครื่องจักรมืออาชีพ ที่มักมีการตรวจสอบเครื่องจักรล่วงหน้า และอาจให้การรับประกันการใช้งานเบื้องต้น
  • ตรวจสอบว่า ผู้ขายมีเอกสารประกอบชัดเจน เช่น ใบกำกับภาษี ใบรับรองการซื้อขาย หรือคู่มือการใช้งาน

แนะนำ ตู้อบลมร้อน มือสอง SGE

ตู้อบลมร้อน มือสอง รุ่น GE-Black ความจุ 6 ถาด
  • สภาพสินค้า: 70%
  • SKU: 2H-GE-BLACK06-70
  • แรงดันไฟฟ้า: 220V
  • กำลังไฟ: 400W
  • อุณหภูมิในการอบ: 30°C – 90°C
  • ฟังค์ชั่นการจับเวลา: 24 ชั่วโมง
  • ขนาดตัวเครื่อง (กxยxส): 40 x 46 x 30 cm
  • ขนาดตะแกรง: 37 x 29 cm
  • ความจุภายใน: 25 L
  • จำนวนชั้น: 6 ชั้น
  • วัสดุเครื่อง: สแตนเลส 201
  • วัสดุตะแกรง: สแตนเลส 304
  • น้ำหนักเครื่อง: 12 kg
ตู้อบลมร้อน มือสอง รุ่น GE-Black ความจุ 12 ถาด
  • สภาพสินค้า: 90%
  • รหัส SKU: GE-BLACK12
  • แรงดันไฟฟ้า: 220V
  • กำลังไฟ: 1,000W
  • อุณหภูมิในการอบ: 30°C – 90°C
  • ฟังค์ชั่นการจับเวลา: 24 ชั่วโมง
  • ขนาดตัวเครื่อง (กxยxส): 40 x 46 x 48 cm
  • ขนาดตะแกรง: 37 x 29 cm
  • ความจุภายใน: 60 L
  • จำนวนชั้น: 12 ชั้น
  • วัสดุเครื่อง: สแตนเลส 201
  • วัสดุตะแกรง: สแตนเลส 304
  • น้ำหนักเครื่อง: 18 kg

การมองหา ตู้อบลมร้อน มือสอง เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดต้นทุนได้อย่างคุ้มค่า เพราะหลายเครื่องยังให้ประสิทธิภาพการอบที่ดีไม่ต่างจากเครื่องใหม่ เพียงรู้ว่า ตู้อบลมร้อน มือสอง เลือกยังไง ให้ได้ของดีก็มั่นใจได้ว่าตู้อบลมร้อนที่ซื้อมาคุ้มค่าและตอบโจทย์งานผลิตได้จริง

SGE SURE เป็นศูนย์รวมสินค้ามือสอง เครื่องจักรแปรรูป แบบครบวงจร ภายใต้การสนับสนุนและควบคุมมาตรฐานการดำเนินธุรกิจโดย บริษัท สปริงกรีนอีโวลูชั่น จำกัด มีทีมช่างและผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ พร้อมให้บริการตรวจเช็ก แก้ไข ซ่อมแซมอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ สินค้าทุกชิ้นยังมาพร้อม การรับประกันสูงสุด 1 ปี เพื่อความมั่นใจในการใช้งาน หากต้องการคำปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อทีมเซลส์ได้ที่ 098-947-9791

แชร์บทความ

แสดงความคิดเห็น