เช็กก่อนซื้อ! เตาอบขนมมือสอง เลือกยังไงให้คุ้มค่า ปลอดภัย ใช้งานได้ยาว

สารบัญ
เตาอบขนมมือสอง อีกทางเลือกของคนที่อยากทำเบเกอรี่หรือเริ่มธุรกิจขนม แต่งบประมาณมีจำกัด เพราะต้นทุนต่ำ แต่ใช้งานได้ดีไม่แพ้ของใหม่ บทความนี้จะพาไปดู ข้อดีเตาอบมือสอง, วิธีเช็กเตาอบด้วยตัวเอง และข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อ เพื่อให้ได้เตาอบที่ตอบโจทย์ที่สุด!
ข้อดีของเตาอบขนมมือสอง
การเลือก เตาอบมือสอง สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำเบเกอรี่ แต่ไม่มีงบประมาณมากพอ เรียกได้ว่าเป็นอีกทางเลือกที่ชาญฉลาดและน่าสนใจ ทำให้ไม่ต้องแบกรับภาระทางการเงินมากจนเกินไป แถมยังมีข้อดีอีกหลายด้าน ได้แก่
ประหยัดงบประมาณ
- ราคาที่ย่อมเยา: เตาอบเบเกอรี่ มือสอง ไม่ว่าจะเป็น เตาอบแก๊ส หรือ เตาอบไฟฟ้า มือสอง มีราคาที่ต่ำกว่าเตาอบใหม่หลายเท่า ทำให้ช่วยประหยัดต้นทุนลงไปได้เยอะ และสามารถนำเงินที่เหลือไปซื้อวัตถุดิบ อุปกรณ์เสริมอื่นๆ, หรือใช้เป็นทุนหมุนเวียนในธุรกิจได้
- เข้าถึงรุ่นใหญ่ในราคามิตรภาพ: สำหรับใครที่ต้องการเตาอบขนาดใหญ่ หรือมีฟังก์ชันเฉพาะทาง การซื้อเตาอบขนมมือสอง ช่วยให้ได้เครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่ายกว่าการซื้อเครื่องใหม่
คุณภาพดี พร้อมใช้งาน
- ผ่านการทดสอบการใช้งาน: เตาอบขนมมือสองส่วนใหญ่ผ่านการใช้งานจริงมาแล้ว หากเป็นเครื่องที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี มักจะยังคงทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ โดยเฉพาะรุ่นที่ทนทานและเป็นที่ยอมรับในวงการเบเกอรี่
- ความร้อนคงที่: บางร้านเน้นการขายเตาอบมือสองที่ผ่านการคัดสภาพและทดสอบความร้อนจริง จึงช่วยให้มั่นใจได้ว่าอุณหภูมิของเตายังคงที่และแม่นยำ
- ความทนทานของรุ่นเก่า: เตาอบรุ่นเก่าบางยี่ห้อถูกออกแบบมาให้มีความทนทานสูง ใช้วัสดุที่แข็งแรง ทำให้มีอายุการใช้งานยาวนาน แม้จะผ่านการใช้งานมาแล้วก็ตาม
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- ลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์: การเลือกซื้อเตาอบมือสองเป็นการนำเตาอบเก่ามาใช้ซ้ำ แทนที่จะปล่อยให้กลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยลดความต้องการในการผลิตสินค้าใหม่และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ไม่ต้องรอการติดตั้งที่ซับซ้อน
- ใช้งานได้ทันที ไม่ต้องรอติดตั้ง: สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่หรือผู้ที่ต้องการเปิดร้านอย่างรวดเร็ว เตาอบมือสองส่วนใหญ่มักจะพร้อมใช้งานทันที ทำให้สามารถเริ่มต้นอบขนมได้โดยไม่ต้องรอการสั่งซื้อ การผลิต หรือการติดตั้งที่ใช้เวลานาน
วิธีเช็ก เตาอบมือสอง ด้วยตัวเอง
การเช็กหรือตรวจสอบสภาพของ เตาอบขนมมือสอง ก่อนตัดสินใจซื้อ เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ช่วยให้มั่นใจว่าจะได้เตาอบที่มีคุณภาพและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่ต้องการ ซึ่งวิธีการเช็กเตาอบมือสองด้วยตัวเอง สามารถทำได้ตามนี้
1.ตรวจสอบสภาพภายนอก




- ตรวจสอบสภาพของตัวเครื่องว่ามี รอยบุบ, รอยแตก, หรือการบิดเบี้ยวของโครงสร้างหรือไม่ โดยเฉพาะตามมุมและด้านข้าง วัสดุต้องไม่เป็นสนิม
- ทดลองเปิด-ปิดประตูหลายๆ ครั้ง เพื่อดูว่าแข็งแรงและทำงานได้ปกติ และซีลยางตรงขอบประตูต้องไม่เปื่อย, ขาด, หรือแข็งกระด้าง
- กระจกหน้าเตาต้องไม่แตก ร้าว หรือมีคราบแน่นฝังลึก
- ตรวจสอบลูกบิด ปุ่มกด หรือแผงควบคุม ว่าสามารถทำงานได้ปกติดี ไม่มีปัญหา
2.ตรวจสอบภายใน






- ผนัง, พื้น และเพดานในเตาอบ ต้องไม่มีคราบไหม้สะสมมากเกินไป หรือสนิมกินลึกถึงเนื้อโลหะ
- ตรวจดูจำนวนและสภาพของถาด/ตะแกรงที่มาพร้อมกับเตา รวมถึงช่องสำหรับวางถาด/ตะแกรงว่ายังคงสมบูรณ์ ไม่ขึ้นสนิม
3.ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและส่วนประกอบ






- ตรวจสอบสายไฟและปลั๊กไฟว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีการชำรุด, ฉีกขาด, หรือมีร่องรอยการไหม้
- สำหรับเตาอบแก๊ส มือสอง ตรวจสอบการทำงานของระบบจุดไฟ
- สำหรับเตาอบไฟฟ้า มือสอง ตรวจสอบการทำงานของระบบทำความร้อน
4.ทดสอบการทำงาน
ตรวจสอบการทำงานของระบบ และฟังก์ชันต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับเตาอบ เช่น ระบบไฟบน-ไฟล่าง, พัดลมทำความร้อน, ฟังก์ชันตั้งเวลา และหลอดไฟในเตาอบ เป็นต้น เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีปัญหาในการใช้งาน
ข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อ เตาอบขนมมือสอง
แต่ก่อนที่จะเลือกซื้อเตาอบมือสอง มีข้อควรรู้อะไรบ้างที่ช่วยให้ได้เตาอบขนมมือสองที่ตอบโจทย์การใช้งานและคุ้มค่าที่สุด
1.วัตถุประสงค์การใช้งานและประเภทเตาอบ
ขนาดและกำลังการผลิต
- ใช้งานในบ้าน/งานอดิเรก: อาจเลือกเตาอบขนาดเล็ก/กลาง (ประมาณ 20 – 45 ลิตร)
- ธุรกิจ/ขายจริงจัง: ควรเลือกเตาอบขนาดใหญ่, เตาอบแบบมีพัดลม (Convection Oven) ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและให้ความร้อนสม่ำเสมอ หรือเตาอบอุตสาหกรรม (Deck Oven)
ประเภทของเตาอบมือสอง
- เตาอบไฟฟ้า: สะดวกในการติดตั้ง, อุณหภูมิแม่นยำกว่า แต่กินไฟมาก
- เตาอบแก๊ส: ต้นทุนต่ำกว่า, เหมาะกับการใช้งานหนัก แต่ต้องเดินระบบแก๊สและอาจมีปัญหาเรื่องความชื้น
- เตาอบลมร้อน (Convection): มีพัดลมช่วยหมุนเวียนความร้อน ทำให้ขนมอบสม่ำเสมอและสุกเร็วขึ้น (ควรเลือกถ้าทำขนมจำนวนมาก)
2.การหาอะไหล่และการซ่อมบำรุง
- ควรเลือกยี่ห้อและรุ่นที่เป็นที่รู้จักในตลาดไทย เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาอะไหล่
- ถ้าเครื่องมีอายุการใช้งานนานเกินไป อะไหล่บางส่วนอาจหาได้ยากหรือมีราคาสูงมากจนไม่คุ้มค่ากับการซ่อม
- เตาอบรุ่นใหม่ๆ ที่มีแผงควบคุมแบบดิจิทัลหรือหน้าจอสัมผัส หากเสียแล้วมักจะมีค่าซ่อมที่สูงกว่าเตาอบแบบกลไก (Mechanical) ทั่วไป
3.เปรียบเทียบราคา
- ตรวจสอบราคาเตาอบมือสอง เทียบกับมือหนึ่งรุ่นนั้น ๆ เพื่อเทียบความแตกต่างของราคา และประเมินความเสี่ยง
- ศึกษาราคาอะไหล่ หรือค่าเสียหายในการซ่อมบำรุง แล้วนำมาคำนวณหักลบคู่กับราคาเครื่องมือสอง เพื่อหาราคาซื้อสุทธิที่แท้จริง
4.การขนส่งและติดตั้ง
- คิดเผื่อสำหรับค่าใช้จ่ายในการขนย้าย และขนส่งเตาอบมือสองที่อาจเพิ่มเข้ามา
- ตรวจสอบระบบไฟฟ้าที่บ้านหรือสถานที่ที่ต้องการติดตั้งเตาอบ ว่ามีกำลังไฟเพียงพอต่อการใช้เตาอบหรือไม่ และตรวจสอบขนาดจุดวางให้เรียบร้อยว่ามีพื้นที่เพียงพอ
แนะนำ เตาอบขนมมือสอง SGE






- สภาพสินค้า 60%
- SKU: 2H-OV-E24-004
- แรงดันไฟฟ้า: 380V
- กำลังไฟ: 13,000W
- อุณหภูมิในการอบ: 0°C – 400°C
- ขนาดตัวเครื่อง (กxยxส): 126 x 87 x 120 cm
- ขนาดตะแกรง: 87 x 65 x 21.5 cm
- ถาดอบขนม: 4 ถาด
- วัสดุเครื่อง: สแตนเลส 201
- วัสดุด้านข้าง: Galvanized
- น้ำหนักเครื่อง: 160 kg
- รับประกัน: 3 เดือน






- สภาพสินค้า 90%
- SKU: 2H-OV-H12-90
- กระแสไฟฟ้า: 220V/50 Hz
- กำลังไฟ: 800W
- อุณหภูมิในการอบ: 0°C – 230°C
- ขนาดตัวเครื่อง (กxยxส): 21 x 34 x 20 cm
- ขนาดภายในตัวเครื่อง: 11 x 21 x 25 cm
- ความจุ: 12 L
- วัสดุ: สแตนเลส 304
- ตัวจับเวลา: 0 – 60 นาที
- น้ำหนักเครื่อง: 2.1 kg
- รับประกัน – 3 เดือน
การเลือก เตาอบขนมมือสอง เป็นทางเลือกที่คุ้มค่า ช่วยประหยัดงบประมาณ พร้อมได้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพผ่านการใช้งานจริงมาแล้ว เพียงแค่รู้ วิธีเช็กเตาอบขนมมือสอง อย่างถูกวิธี เท่านี้ก็จะได้เตาอบมือสองที่มีคุณภาพ และตอบโจทย์การใช้งานแล้วค่ะ
SGE SURE เป็นศูนย์รวมสินค้ามือสอง เครื่องจักรแปรรูป แบบครบวงจร ภายใต้การสนับสนุนและควบคุมมาตรฐานการดำเนินธุรกิจโดย บริษัท สปริงกรีนอีโวลูชั่น จำกัด มีทีมช่างและผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ พร้อมให้บริการตรวจเช็ก แก้ไข ซ่อมแซมอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ สินค้าทุกชิ้นยังมาพร้อม การรับประกันสูงสุด 1 ปี เพื่อความมั่นใจในการใช้งาน หากต้องการคำปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อทีมเซลส์ได้ที่ 098-947-9791

